| ปี 2523 |
|
|
| |
- |
เริ่มดำเนินการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในนาม "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด" |
| ปี 2540 |
|
|
| |
- |
แยกธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเงินทุนออกจากกันตามนโยบายการแยกธุรกิจเงินทุนและหลักทรัพย์ออกจากกันของรัฐบาล โดยแบ่งออกเป็นบริษัทเงินทุน ธนชาติ จำกัด(มหาชน)(NFS) และจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด(NATSEC) ด้วยทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,500,000,000 บาท ซึ่งบริษัทเงินทุน ธนชาติ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 |
| ปี 2542 |
|
|
| |
- |
เริ่มให้บริการข้อมูลแก่ลูกค้าผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
|
| ปี 2543 |
|
|
| |
- |
เปิดให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
|
| ปี 2544 |
|
|
| |
- |
เปิดบริการให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ในระบบ Credit Balance |
| |
- |
ให้บริการครองคลุมธุรกิจเกี่ยวกับการเงินและการลงทุน(Financial Planning Advisor :FPA)เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินของกลุ่มบริษัท |
| ปี 2545 |
|
|
| |
- |
ให้บริการซื้อขายผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile Trading) ผ่านบริการ m-Broker โดยเป็น บริษัทหลักทรัพย์รายแรกในประเทศไทยที่ให้บริการดูข้อมูลหุ้นและทำการซื้อขายผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ |
| |
- |
ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในการเป็นตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2545 |
| ปี 2546 |
|
|
| |
- |
เปิดสาขา เพลินจิต มีสาขารวมทั้งสิน 8 สาขา |
| |
- |
พัฒนาระบบ Investor VIP เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในการติดตามราคาหุ้นแบบ Real Time โดยการติดตั้งเชื่อมต่อระบบไปยังสถานที่หรือบ้านของลูกค้า
|
| ปี 2547 |
|
|
| |
- |
เปิดสาขาใหม่ 10 สาขา มีสาขารวมทั้งสิ้น 18 สาขา |
| |
- |
แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,500 ล้านบาทเป็น 1,700 ล้านบาท |
| ปี 2548 |
|
|
| |
- |
เปิดสาขาใหม่อีก 10 สาขา และ สาขาออน์ไลน์ 1 สาขา ดังนั้น ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548 บริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 28 สาขา และสาขาออนไลน์ 1 สาขา |
| |
- |
เปลี่ยนชื่อและตราสำคัญบริษัทจาก บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ National Securities Plc. เป็น Thanachart Securities Plc. |
| |
- |
ประกาศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับ BNP Paribas Securities (Singapore) Pte Ltd. ร่วมงานกันใน 3 ด้านหลัก คือ ด้านวาณิชธนกิจ งานวิจัย และธุรกิจหลักทรัพย์ |
| |
- |
ได้รับอนุญาตจากบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้เป็นสมาชิกและสามารถให้บริการเป็นนายหน้าซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้ อีกทั้งได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ในการประกอบธุรกิจประเภทการเป็นตัวแทนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า |
| ปี 2549 |
|
|
| |
- |
เปิดสาขาสยามสแควร์ อุดรธานี และอุบลราชธานี ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทมี 29 สาขา |
| |
- |
เปลี่ยนชื่อย่อบริษัทจาก NATSEC เป็น TNS เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2549 |
| |
- |
เปลี่ยนชื่อ website บริษัทจาก www.thanachartsec.com เป็น www.TNSitrade.com |
| |
- |
เปิดให้บริการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SET50 Index Futures) |
| |
- |
เปิดให้บริการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (SET50 Index Futures) ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต |
| ปี 2550 |
|
|
| |
- |
ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เข้าถือหุ้นร้อยละ 99.99 และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท |
| |
- |
เปิดสาขาใหม่ 5 สาขา ได้แก่ สมุทรปราการ จันทบุรี ร้อยเอ็ด บ้านโป่ง และจุติอุทิศ โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2550 บริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 33 สาขา |
| |
- |
ได้รับคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในทีมผู้จัดตั้งและบริหารจัดการกองทุนอิควิตี้ อีทีเอฟ (Equity ETF) กองแรกของประเทศไทย |
| |
- |
เปิดให้บริการที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Advisory) เพื่อแนะนำเครื่องมือทางการเงินใหม่แก่นักลงทุน |
| ปี 2551 |
|
|
| |
- |
บริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 30 สาขา |
| |
- |
เปิดให้บริการ T-Smart Fund โดยร่วมมือกับ บริษัทหลักทรัพย์จัการกองทุน ธนชาต จำกัด ในการรับชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านกองทุน T-Money ซึ่งลูกค้าจะได้รับผลตอบแทนดีกว่าการนำเงินไปฝากไว้ในบัญชีออมทรัพย์ |
| |
- |
ธุรกิจตราสารอนุพันธ์ให้บริการซื้อขาย Single Stock Futures ผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดและระบบ อินเตอร์เน็ต |